Yam vs Fruit Salad

การบริหาร ในยุคอุตสาหกรรม ทำให้เกิดแนวคิด ทุกอย่างต้องเหมือนกัน คิดแบบเดียวกัน แยกออกมาเป็นส่วนๆแล้วเจาะให้ลึกๆ … เป็นวิทยาศาสตร์ Newton

จนกระทั่ง มาในยุค ของ Bohm … ทำให้เกิดแนวคิดใหม่ เป็น New science เป็น Quantum physics… เริ่มมองว่า … การเข้าใจในความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆ ก็สำคัญพอๆ หรือ มากกว่า การเข้าใจเฉพาะส่วน

แพทย์ ยุคอุตสาหกรรม … จะมองไปที่โรค ที่แย่มากๆ คือ แพทย์จะลงลึก ไปเฉพาะโรคใดโรคหนึ่งที่ตนถนัด หรือ อาจจะคิดว่า ทำเงินได้ ( จริงหรือเปล่า ต้องให้สังคมเป็นคนบอก ผมมิบังอาจ)

จนไม่ได้ มอง ความสัมพันธ์ของอวัยวะต่างๆที่มีต่อกัน และ ต่อ วิทยาศาสตร์ที่มองไม่เห็น ที่ยังไม่เข้าใจ … ผลก็คือ คนไข้ ๑ คน มี แพทย์ 32 คนดูแล (ตามจำนวนอวัยวะ) แต่ ไม่มีแพทย์ที่ดูแล ทั้ง กาย ใจ และ ความคิด ตลอดจน บริบท ของคนไข้

วิศวกร และ นักธุรกิจ …. เมื่อขึ้นมาเป็นผู้บริิหาร เป็น CEO …. หลายท่าน มาแนว newtonian มอง แยกส่วน ระหว่าง คน และ เครื่องจักร … พวกเขามองเห็นเฉพาะที่สิ่งที่พวกเขาเข้าใจได้เท่านั้น อะไรที่ไม่เข้าใจ พวกเขาตัดทิ้งไป แทนที่จะศึกษาให้ลึก หรือ เอามาใช้ประโยชน์ … และสิ่งที่พวกเขาตัดทิ้งไป คือ เรื่อง จิตใจ …..

ความสัมพันธ์ ของ คนต่อคน คนต่อเครื่องจักร …. พวกเขามองไม่เห็น … ฺBlinded by their own minds

นักการศึกษา ครูอาจารย์ ฯลฯ พวกการศึกษาเชิงเดี่ยว —-> มองการศึกษาแบบเหมาโหล คิดให้ตรงกัน คิดต่าง คือ ต่อต้าน ……..ก็คือ พยายาม เอา นักศึกษาต่างๆ มีศักยภาพแตกต่างกัน มา กวนๆ ๆๆๆ ออกมาเป็น แยม (yam) … ถ้าเป็นเกษตร ก็คือ เกษตรเชิงเดี่ยว … เสี่ยงต่อการเปลี่ยนแปลง อันตรายมากๆหากมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ

ในขณะที่ วิทยาศาสตร์ใหม่ มองไปที่ ความสัมพันธ์ระหว่างคนต่อคน คนต่อบริบท คนต่อชุมชน ฯลฯ เอาศักยภาพแตกต่างกัน มาผสมๆ กัน แบบ สลัด (Salad) …. ลดความเสี่ยง ลดอันตรายต่อการเปลี่ยนแปลงต่างๆ เป็นแบบเกษตรผสมผสาน

ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ เผยแพร่เมื่อ 14 มกราคม 2009