The Secret of Zen ( ตอนที่ 2)

บทความของอาจารย์ วรภัทร์ ภู่เจริญ
จากหนังสือ Secret ปี 2556 

Thesecretofzen-Page 3

 

Thesecretofzen-Page 2
911-essay.com

ปล่อยจิต ให้เป็นโสด (บ้างเถอะ!) โดย ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ

 Thesecret_emptymind

 

คนเราทำอะไรต้องมีเป้าหมายโดยเริ่มจากการตั้งหางเสือ แล้วพุ่งไปที่เป้าหมาย

…ดังเช่นตัวผมตั้งเป้าที่จะไปนิพพาน ผมจึงปักธงชัยไว้ที่นิพพานแล้วเดินตามเส้นทางแห่งการหลุดพ้นไปเรื่อย ๆ เมื่อยก็พัก แต่ไม่เคยหยุด ทำให้ไม่ทุกข์ ไม่คาดหวัง แต่ไม่เลิก ฝึกไปเรื่อย ๆ โดยไม่ประมาท ถึงไม่ถึงเป็นเรื่องที่รู้ได้เฉพาะตน เหมือนการอิ่มข้าว ซึ่งเจ้าตัวเท่านั้นที่รู้

ผมใช้หลักการที่ว่า หากเส้นทางเดินถูกต้องตามที่พระพุทธองค์ได้ทรงชี้แนะไว้ อย่างไรก็ไม่หลงทาง ตราบใดที่เรามั่นใจในกระบวนการ ซึ่งระหว่างทางก็อาจทำเพื่อโลกบ้าง เพื่อธรรมบ้าง ตราบนั้นเราเดินทางถึงแน่นอน

มีคนเคยถามผมว่า ทำไมผมจึงตั้งเป้าเช่นนั้น หากอุปมาก็เหมือนกับคนที่เคยกินมะม่วงแล้วพบว่าอร่อย ก็เลยกินต่อ กับคนเคยกินของบูดเน่าแล้วรู้ว่าไม่อร่อย เลยเข็ดขยาดไม่กินอีก…มะม่วงอร่อยที่กล่าวถึงคือความสุขทางธรรมระดับลึก ๆ ที่เกิดขึ้นกลางใจ ทำให้ใจโล่งโปร่งสบาย ซึ่งยิ่งใหญ่และลึกซึ้งกว่าความสุขบนโลก (สุขทางเนื้อหนัง วัตถุสิ่งสมมุติทั้งหลาย) อย่างไม่สามารถเปรียบเทียบได้ ดังนั้นการที่ผมตั้งเป้าหมายที่จะไปนิพพานจึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

แต่กระนั้นการที่ผมทำงานเยอะและหลากหลายทำให้ตัวเองไม่ค่อยมีเวลา ผมจึงใช้หลักการ “บวชอยู่กับงาน” ดังที่ท่านพระอาจารย์พุทธทาสเคยสอนว่า “งานคือธรรม ธรรมคืองาน” แทน .. ในงานทั้งหลายที่เราจำเป็นต้องทำนั้น มีทั้งโจทย์และแบบฝึกหัดให้ฝึกสติมากมาย ตั้งแต่ กายในกาย เวทนาในเวทนา จิตในจิต จนถึงธรรมในธรรม

ทุกวินาที ทุกอิริยาบถที่ผ่านไป คือแบบฝึกหัดสำหรับฝึกฝนเพื่อสร้างกำลังสติให้ได้เข้าไปดูและรู้ทันการทำงานของขันธ์ 5 ที่ปรากฏตามความเป็นจริง เวลาในการทำงานเปรียบเสมือนนาทีทองที่ทำให้เราได้เห็นความคิดที่ไม่ได้ตั้งใจวิ่งเข้ามากระแทกใจของตัวเองแล้วทำให้อารมณ์เบี่ยงเบนไป

การฝึกรู้เท่าทันความคิดโดยการทำงาน เป็นเคล็ดไม่ลับฝึกได้ตลอดเวลา งานยิ่งหนัก ยิ่งเห็นจิตเห็นความคิดขัด ดังนั้นคนขี้เกียจจะเข้าใจเรื่องทางพุทธศาสนาได้ยาก

แต่ทั้งนี้ต้องเข้าใจก่อนว่า “จิตกับความคิด” เป็นคนละตัวกัน มือใหม่หัดฝึก ผมแนะนำว่า ทำทีละขั้น เริ่มจากกายรู้กาย ไล่ไปเวทนารู้เวทนา แล้วไปจิตรู้จิต จนในที่สุดจะเป็นธรรมรู้ธรรม เริ่มแรกให้ฝึกสร้างตัวรู้ที่ฐานกายให้ต่อเนื่อง โดยไม่เอาความคิดไปคิดแทนกาย ให้กายรู้เองว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับกาย เช่น รู้ลมหายใจ รู้ผิวหนังที่หน้า รูจมูกรู้ว่ามีลมหายใจเข้า-ออกเป็นอย่างไร ช้า-เร็ว อุ่น-เย็น ฝ่าเท้ารู้ว่าพื้น อ่อน-แข็ง ผิวหนังรู้ว่า ร้อน-เย็น สั่นสะเทือน เจ็บปวด ฯลฯ

ครั้นเมื่อฝึกจนชำนาญแล้ว จึงค่อยฝึกสังเกตการณ์ทำงานของขันธ์ 5 คือ ฝึกเฝ้าระวัง “ความคิดจร”หรือความคิดที่ไม่ได้เชิญและไม่ได้ตั้งใจจะคิด ซึ่งเป็นความคิดที่เข้ามาเปลี่ยนอารมณ์ของเรา

ตัวอย่างเช่น เมื่อจะเริ่มทำงานก็ดูว่าจิตของเราโล่ง ๆ สบาย ๆ ไหม แล้วลงมือทำงานด้วยใจที่สบาย ๆ หายใจเข้า-ออกสบาย ๆ คิดเรื่องงานที่ทำอยู่ต่อหน้าเป็นปัจจุบัน หากมีความคิดจรแวบเข้ามาก็รู้ให้ทัน ถ้าเป็นเรื่องกุศลก็โอเค รู้แล้วปล่อย ถ้าเป็นเรื่องอกุศลก็รีบดีดทิ้งไป ไม่ต้องไปสนใจ ไม่ต้องตีความ และไม่ต้องขยายความ

ผมเรียกการฝึกแบบนี้ว่า การฝึกแบบสิ้นคิด คือสิ้นคิดไปก่อน ให้กายให้ขันธ์เขามาบอกเรา ไม่ใช่คิดเองเออเอง พวกเราตกเป็นทาสของความคิดมานานเกินพอ เราควรฝึกจิตให้รู้เท่าทันความคิด เฝ้าระวังไม่ให้ความคิดส่งอิทธิพลต่อจิตได้แล้ว หลวงพ่อกัณหาบอกผมว่า เมื่อเราทำได้ เราจะมี “หัวใจติดแอร์”

เมื่อเราฝึกกายรู้กาย จิตรู้จิตดีแล้ว ภายในใจเราก็จะสบาย ๆ ภายนอกก็จะรับผิดชอบการงานหน้าที่อย่างเต็มที่ หากเมื่อใดมีความคิดแวบเข้ามาเป็นอกุศล เราจะรู้เท่าทัน อุปมาเป็นดัง “นีโอ” พระเอกเรื่อง “The Matrix” จับความคิดจรที่มาในรูปของกระสุน จากกิเลส (คุณสมิทธใส่แว่นดำ) ยิงเข้าหาได้ทัน และวางมันลงเสีย ดังนั้นเมื่อเจอเหตุการณ์ที่จะทำให้เกิดอารมณ์หรือจิตไม่ว่าง เราก็จะรู้ตัวตั้งแต่ความคิดแรก ๆ หรือกระสุนลูกแรก ๆ ที่กิเลสยิงมา และสามารถจับวางได้ทัน เมื่อความคิดไม่ไปกระแทกจิต จิตก็จะไม่เกิดอาการ ทำให้จิตเรา โล่ง ๆ สบาย ๆ ชิล ๆ ต่อไป

ด้วยเหตุนี้ หลังจากที่ผมผ่าตัดแล้วฟื้นขึ้นมา พบว่าแขนสองข้างขยับไม่ได้ ยกไม่ได้ เข็มแทงก็ไม่เจ็บ ได้แต่ห้อยต่องแต่งอยู่ข้างตัว ผมจึงรู้สึกสบาย ๆ ชิล ๆ ไม่ทุกข์อะไร เพราะรู้เท่าทันความคิด เช่น พอคิดว่าน้อยใจในโชคชะตาก็ดับมัน พอคิดสงสัยว่าเป็นอะไรก็ดับมัน พอคิดจะพิพากษาหมอที่ผ่าก็ดับความคิดนั้น ๆ หยุดคิดพิพากษา หันมารู้ตัวทั่วพร้อมที่กายในกาย เวทนาในเวทนา จิตในจิต ธรรมในธรรม สุดท้ายกลับกลายเป็นผมเองเสียอีกที่ปลอบใจหมอว่า “ไม่เป็นไร”

หรือตอนที่คุณพ่อคุณแม่ของผมท่านป่วยหนักใกล้ตาย ผมก็เฉย ๆ ชิล ๆ เพราะรู้เท่าทันความคิด ก่อนจะร้องไห้ขอให้เรารู้เท่าทันกาย ที่แน่นจากท้องน้อยขึ้นมาอก ดับความคิด ไม่ต้องคิดไปอนาคตว่าพ่อตายจะทำอย่างไร ไม่ต้องคิดถึงอดีตว่าพ่อเคยดีอย่างไร เมื่อเรารู้เท่าทัน เราก็จะมีสติ ทำให้ผ่านเหตุการณ์ทั้งหมดไปได้โดยใจไม่กระเทือน

ถ้าจิตกับความคิดเป็นสามีภรรยากัน ก็จงฝึกให้เขาหย่ากัน แล้วให้ความคิดแต่งงานกับสติ… จิตก็จะเป็นอิสระ (โสด!) คือว่าง โล่ง โปร่งและสบายในที่สุด

Tip!เรื่องทางพุทธศานาเป็นอายตนะทางใจ แต่การอ่าน การฟังเป็นอายตนะทางตาและหู ซึ่งไม่สามารถอธิบายสิ่งที่ปรากฏที่อายตนะทางใจได้เลย… ถ้าอยากจะเข้าใจเรื่องพวกนี้ ควรมีครูบาอาจารย์สายวิปัสสนาพาฝึกพาทำ เมื่อ ทำ-ทำ-ทำ แล้วก็ถาม จะทำให้เราเข้าใจได้อย่างลึกซึ้งมากขึ้น

เรื่องจาก นิตยสารซีเคร็ต ปีที่ 4 ฉบับที่ 77 (10 กันยายน 2554)

Credit :: ascannotdo.wordpress.com

ที่มา : หนังสือ Secret ปี 2554
บทความของอาจารย์ วรภัทร์ ภู่เจริญ 

สุขทุกข์อยู่ที่คิด(2)

บทความของอาจารย์ วรภัทร์ ภู่เจริญ
จากหนังสือ Secret ปี 2556 

บทความที่แล้ว อาจารย์ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับความคิด ไว้ 2 ข้อด้วยกัน
ซึ่งก้น่าจะเป็นคำอธิบายที่ทำให้เข้าใจว่า ความคิดเป็นตัวการ
ที่ทำให้ใจที่สงบ สะอาด ว่างเปล่า กลายเป็นใจที่ไม่สงบแกว่ง และ สั่นไหวเหมือนโดนไวรัสอย่างไร

ฉบับนี้ผมจะมาสังเกตต่อ ข้อ 3, 4 และ 5  มาดูกันซิว่า สุข ทุกข์ อยู่ที่ ” คิด” จริงไหม

ความคิด, อาจารย์วรภัทร์

สุขทุกข์อยู่ที่คิด

ความคิด, อาจารย์วรภัทร์

สุขทุกข์อยู่ที่คิด

 

สุขทุกข์อยู่ที่คิด (1)

บทความของอาจารย์ วรภัทร์ ภู่เจริญ
จากหนังสือ Secret ปี 2556 

ผมเชื่อว่า ปัญหาต่างๆ ที่รุมเร้าเข้ามา และก่อให้เกิดทุกข์ ล้วนมาจาก “ความคิด”
ที่วิ่งพุ่งเข้าไปชน “ใจ” ของเรา โดยธรรมชาติแท้ๆแล้ว ใจต้องสงบ สะอาด ว่างเปล่า
แต่เมื่อเกิดมาก็โดนฝึกให้เอาแต่ คิดๆๆๆๆ ใจกับความคิดผสมกลมกลืนกันพันกัน รัดกันแน่น
จนเกิดเป็นจิต คือ ใขไม่สงบ ใจที่แกว่ง ใจที่โดนไวรัส

ความคิด, thinking

สุขทุกข์ อยู่ที่คิด

 

ความคิด, อาจารย์วรภัทร์

สุขทุกข์อยู่ที่คิด

 

ปฏิบัติธรรม คือคุมอารมณ์ให้ได้

บทความของอาจารย์ วรภัทร์ ภู่เจริญ
จากหนังสือ Secret ปี 2556 

–  หลายคนบอกว่า  ไปปฏิบัติธรรม ไปนั่งสมาธินิดๆหน่อย  เดินจงกรมนิดๆหน่อย เป็นนักภาวนาสุดสัปดาห์ ทำบุญ ทำทานแต่สุดท้ายกลับมาทำงานยังมีอาการจี้ ปรี๊ด วีนแตกอยู่เหมือนเดิม กลายเป็น กรรมฐานขี้โกรธ กรรมฐานสตรอว์เบอร์รี่ ” สะตอเบอแหล” –

อาจารย์มีคำแนะนำแนวทางในการ ควบคุมอารมณ์ง่ายๆ  มาลองอ่านกันดูนะคะ.

การปฏิบัติควบคุมอารมณ์

การปฏิบัติธรรม, ควบคุมอารมณ์, คิดบวก, ห่างไกลคนพาล

ปฏิบัติควบคุณอารมณ์ หน้า 2

ปฎิบัติควบคุมอารมณ์, คบบัณฑิต, ดูหนังไม่โหด, ใส่ใจร่างกาย, ฝึกกายในกาย

 

ปฏิบัติควบคุณอารมณ์ หน้า 3

ปฎิบัติควบคุมอารมณ์, อย่าเอาเรื่องใคร, ห้อยแขวนคำพิพากษา, เรียนวาดภาพ ทำงานศิลป์, อย่าสอนใครแบบสอนๆ, อย่าพยายามเปลี่ยนนิสัยใคร , ฝึกห้ามใจตนเองบ่อยๆ

 

 

The Secret of Zen ( ตอนที่ 1)

บทความของอาจารย์ วรภัทร์ ภู่เจริญ
จากหนังสือ Secret ปี 2556 

 

Thesecretofzen-Page 1

 

Thesecretofzen-Page 2

 

พิชิตไปทำไม

บทความของอาจารย์ วรภัทร์ ภู่เจริญ
จากหนังสือ Secret ปี 2556

พิชิตบอกเขาสูงสุดได้แล้ว  ยังไงต่อ ?
เรามัวแต่จะไปพิชิตสิ่งที่ใหญ่โต ห่างไกลตัวเรา
เอาชีวิตเข้าไปเสี่ยง เปลืองเงินทอง ทรัพย์สินมากมาย
ญาติพี่น้องอกสั่นขวัญหาย กลัวจะไปตกเขาตาย
ทั้งๆที่เรื่่องใกล้ตัวก็มีให้พิชิต

พิชิตไปทำไม
พิชิตไปทำไม, วิริยะ, ศรัทธา, ปัญญา

 

พิชิตไปทำไม
พิชิตไปทำไม, วิริยะ, ศรัทธา, ปัญญา
 ที่มา : หนังสือ Secret ปี 2556 
บทความของอาจารย์ วรภัทร์ ภู่เจริญ 

 

พรหมวิหาร 4 จริงหรือเปล่า ? (1)

บทความของอาจารย์ วรภัทร์ ภู่เจริญ
จากหนังสือ Secret ปี 2556 

ไม่น่าเชื่อนะครับ …
ถ้าผมจะบอกว่า เรื่อง พรหมวิหาร 4 ที่เราหลายคนเคยอ่านและเข้าใจกันนั้นค่อนข้างผิด
จากที่ปรากฏอยู่ในพระสูตรเยอะเลย

พรหมวิหาร 4 คือ อะไร ?

พรหทวิหาร 4

พรหมวิหาร4, บทความอาจารย์วรภัทร์ ภู่เจริญ

พรหมวิหาร 4, โพชณงค์ 7

พรหมวิหาร4,เมตตา, กรุณา, มุทิตา, อุเบกขา, บทความอาจารย์วรภัทร์ ภู่เจริญ

ที่มา : หนังสือ Secret ปี 2556 
บทความของอาจารย์ วรภัทร์ ภู่เจริญ 

ไร้ธนู ไร้ใจ

บทความของอาจารย์ วรภัทร์ ภู่เจริญ
จากหนังสือ Secret ปี 2556 

อาจารย์เล่าถึงประวัติที่มาของธนูจากหนังสือ Zen bow, Zen Arrow ของ John Stevens แบบย่อๆ
อาจารย์กล่าวถึงนิทาน ที่เล่าให้ฟัง ว่าเรียนรู้อะไร และ เราประยุกต์กับชีวิตประจำวันของเราได้อย่างไรบ้าง
คนโบราณมีกิจกรรมมากมายที่ใช้ฝึกสติได้ เช่น เหงาไม้ไผ่ เดินบนสะพานไม้ ตำน้ำพริก  ฯลฯ
ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้ เปิดโอกาสสร้าง “ตัวรู้”

Archery, ธนูไร้ใจ

The Secret, ไร้ธนูไร้ใจ, Archery

 

Archery, ธนูไร้ใจ

Archery, ธนูไทย, ไร้ธนูไร้ใจ, อาจารย์วรภัทร์

ที่มา : หนังสือ Secret ปี 2556 
บทความของอาจารย์ วรภัทร์ ภู่เจริญ 

 

ห้อยแขวนคำพิพากษา

ท่านผู้อ่านที่เคารพ  เคยลองสังเกตดูไหมว่า
คนในสังคมนี้มีลักษณะนิสัยการตอบโต้ ตอบกลับ ตอบสนองต่อสิ่งต่างๆ
ที่เข้ามากระทบ อย่างเร่งรีบ ว่องไว จนบ่อยครั้งเกิดการทะเลาะวิวาท หย่าร้่าง คาใจ เคืองใจ
สร้างปัญหาค่อเนื่องตามมาอีกมากมาย

สิ้นคิด, อย่าด่วนตัดสิน
สิ้นคิด, อย่าด่วนตัดสิน

 

สิ้นคิด, ห้อยแวนคำพิพากษา
สิ้นคิด, ห้อยแขวนคำพิพากษา

ที่มา : หนังสือ Secret ปี 2556 
บทความของอาจารย์ วรภัทร์ ภู่เจริญ