สอนให้คนมาสนใจ ฝึกสติ เข้าหาธรรม มันยากนะ

คนจำนวนมาก ยังไม่เห็นทุกข์ ก็ยังไม่สนใจฝึก ยังไม่ตั้งเป้านิพพานอย่างจริงๆจังๆ _ คนจำนวนมาก ยัง สนุกกับ
สิ่งต่างๆ อยากรู้อยากเห็น เรียนรู้นอกกาย จนไม่ตั้งเป้านิพพาน _ คนจำนวนมาก ไม่เชื่อมั่นว่า นิพพานมีจริง และ
ถึงจะมีจริง ก็เชื่อว่ายาก_ หลายคนเชื่อ แต่ ก็ ขี้เกียจ _ บ้าง ก็ ขาด บัณฑิต ชี้แนะ ฯลฯ นึก ถึง จำนวนขนของวัว
ควาย มีกี่เส้นหว่า แต่เราก็ต้อง บอก เตือน ชี้ แนะ โยน แหย่ ดุ แซว ฯลฯ เพื่อ เตือนๆกัน พอเตือนมากๆ กลายเป็น เรา บ้า เพี้ยน ฯลฯ เรา ก็ต้องอ้าง risk management กล้าๆ เสี่ยงๆ เชื่อ ไม่เชื่อ ก็ลองดูสักตั้ง เนอะ

พละ ๕ คือ ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา _ แค่ เริ่มตัวแรก คือ ศรัทธา ก็ยากแล้ว_พวกเขา ไม่เฉลียวใจ ว่า ตั้งแต่เกิดมา ไม่รู้อะไร จากนั้น โดนใคร เสียมอะไร ลากไปไหน ชี้เป้าไปทางไหน เหมือน ไก่ในฟาร์ม สินค้าบนสายพาน ฯลฯ ศรัทธา คือ เชื่อไม่เชื่อ แต่ ลองทำสักตั้ง ก็ไม่เห็นจะเสียหายอะไร ต้อง กล้าๆๆๆๆๆ ในเรื่องที่ดี กุศล ไม่มีโทษ _ศรัทธา ไปคู่กับ Risk management และ Learn how to learn

ถาม/ตอบ คอมเม้นใน Facebook

Jimmy Vntnk :   จะรู้ว่านิพพานมีจริงหรือไม่ ทางเดียวคือปฏิบัติแล้วได้มรรคผลที่เพียงพอ(อาจยังไม่สูงสุด แต่ต้องเพียงพอ) เพราะมันจะทำให้กำจัดข้อสงสัยส่วนนั้น ๆ ไปได้ ไม่สามารถที่จะใช้ตรรกะ ขั้นตอนวิทยาศาสตร์ คิดหาได้ … เพราะการรู้ที่ดี คือการที่จิตเข้าไปสัมผัสแล้ว ไม่ใช่เพียงสมองรู้อย่างเดียว

Hearten Bright  : ต้องฝ่าพิชิตมารห้าด้วยคร้าบป๋มม

Arter Man :  นิพพานแล้วจะสามารถช่วยเพื่อนมนุษย์ได้อย่างไรบ้างครับ ถ้าเขาไม่เชื่อ ไม่ใช่ว่าไม่ต้องการ แต่คิดอยู่และอยากปฎิบัติให้รู้แจ้ง แต่สิ่งรอบตัวที่เกิดขึ้น ทำให้คิดว่า ถ้าเราหลบไปหานิพพาน เราก็จะไม่สามารถช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์และสิ่งมีชีวิตต่างๆที่ใกล้ตัวให้ทุกข์น้อยลงได้

  • วรภัทร์ ภู่เจริญ :  ( Arter Man ถามดีมากนะ  )เราโดน หลอกให้ มีวิธีคิดว่า ให้ฉันเห็นก่อน สัมผัสก่อน ไม่ง้้นไม่ลอง ไม่ซื่้อไม่ฝึก_ มันเป็น paradigm ที่น่ากลัวมาก ทำให้หลงในกรอบเดิมๆ_ ที เห็นคนรวย อยากจะรวย ทั้งๆที่ไม่เคยรวย  ก็ยัง ตะเกียกตะกาย จะรวยให้ได้ _ ทีเห็น คนเมา ฝึกกินเหล้า ฝึกกันใหญ่ _ แต่ เรื่อง นิพพาน มันเป็น อะไรที่ต้องใช้ ทำเองรู้เอง ศรัทธา คือ การเสี่ยงทำดู ศรัทธา คือ Action learning
  • วรภัทร์ ภู่เจริญ :   เป็นคำอุปมา สมัยพุทธกาล ประมาณว่า โอกาสน้อยมาก นั่นคือ จำนวนคนเข้าถึงสวรรค์  มีเท่ากับ จำนวนของเขาวัว เมื่อเทียบกับ จำนวนขนวัวทั้งตัว _ น่าจะประมาณ 1: 10 ยกกำลัง 450 ประมาณ เม็ดทราย ๑ เม็ด ในกองทรายกองใหญ่ แต่  จำนวนเข้านิพพาน ยังน้อยกว่านั้นอีกเยอะเลย   เป็น จำนวนเขา แรดนอเดียว เทียบ กับ ขนวัว ทุกฝูงทั่วโลก รวมกัน
  • วรภัทร์ ภู่เจริญ :  ลองปรับวิธีคิดใหม่ อย่างผมเอง ไม่ใช่พุทธมาก่อน แต่ เห็นคนพุทธ เห็นหลวงปู่หลวงพ่อท่านฝึก ท่านธุดงค์ ฯลฯ ผม ก็ อยากเรียนรู้ (Eager to learn) กระหายที่จะเรียนรู้ แบบ ลงมือทำ ไม่ต้องคิด ไม่ต้องถาม ไม่ต้องลองชิมตัวอย่าง หรือ ที่เรียกว่า Action learnig หรือ learning by doing _ แต่ คนส่วนมาก lerning by asking questions / by memorizing / by examples ถ้าไม่ชัวร์ ไม่ยอมลงทุน _ โดยเฉพาะ พวกคิดมาก อย่าง หมี และ อินทรี_ เผอิญ โชคดี ผมเป็น กระทิง ไม่คิดอะไรมาก ทำเป็นทำ ลุยไปให้สุด _”ไม่ติเรือทั้งโกลน ( ช่างเขายังต่อเรือไม่เสร็จ เราก็ด่วนไปวิจารณ์ ตำหนิ เขาแล้ว) “
  • วรภัทร์ ภู่เจริญ :   ตอน ที่พระพุทธเจ้า ทรงตรัสรู้ใหม่ๆ ยังไม่ได้ทรงแสดงธรรมให้ใครฟัง ก็ทรงพิจารณาว่า “ธรรมที่ท่านทรงตรัสรู้นี้ ยากที่จะอธิบายให้คนเข้าใจ” _ยากกว่า สอน คุณย่าชาวสวน อายุ ๙๐ ให้เล่น facebook
  • ในแง่ ความเป็นไปได้และโอกาส นิพพานไม่ใช่ การสุ่ม แต่ เป็นการฝึก ยิ่งฝึกมาก โอกาสสำเร็จก็มาก _ ถ้า ไปคิดว่า อัตราส่วน น้อยนิด เข้านิพพาน คิดแบบนี้ เราจะ กลัว จะท้อแท้_ต้องคิดใหม่ว่า นิพพาน คือ ปลายทาง เราต้องเริ่มเดินๆๆๆ สะสม กำลังสติ สติสะสมพลัส (Sati Plus) สติยิ่งมาก ก็เหลือระยาะทางนิดเดียว เข้านิพพานแล้ว

45

“รีบฝึกสติ ณ บัดนาว _เมื่อมีก้าวแรก  ก็มีก้าวต่อๆไป

ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ เผยแพร่เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2012